มะเร็งหรือเนื้อร้าย คือ
เนื้องอกชนิดร้ายที่กลายมาจากเนื้อเยื่อปกติของร่างกาย
มีการเจริญเติบโตและแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อยู่นอกเหนือการควบคุมของร่างกาย
และมีโทษต่อร่างกาย ในปัจจุบันมะเร็งเป็นสาเหตุการตายในอันดับแรกๆ ของคนไทย
ที่พบบ่อยในบ้านเรา ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ เซลล์ทีเปลี่ยนสภาพไปเป็นเนื้อร้าย
เติบโตและขยายตัวในหลอดเลือด และน้ำเหลือง กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย
ซึ่งหากเป็นส่วนที่สำคัญ เช่น ปอด ตับ สมอง
ก็จะทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็วโดยมีสารเคมีที่เรียกว่า คาร์ซิโนเจน (Carcinogen) เป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้โครโมโซมในนิวเคลียสของเซลล์ผิดปกติไปจนกลายเป็นมะเร็งที่มีการแบ่งตัวขยายออกไปเรื่อยๆ
กลุ่มของโรคที่เกิดเนื่องจากเซลล์ของร่างกายมีความผิดปกติ ที่ DNA หรือสารพันธุกรรม ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโต มีการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์ รวดเร็ว และมากกว่าปกติ ดังนั้น จึงอาจทำให้เกิดก้อนเนื้อผิดปกติ และในที่สุดก็จะ ทำให้เกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อนั้น เนื่องจากขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะการ เจริญเติบโตของหลอดเลือด ถ้าเซลล์พวกนี้เกิดอยู่ในอวัยวะใดก็จะ เรียกชื่อ มะเร็ง ตามอวัยวะนั้นเช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็ง เม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น
เท่าที่มีรายงานไว้ใน
มะเร็งที่พบในร่างกายมนุษย์มีมากกว่า 100 ชนิด มะเร็งแต่ละชนิดจะมีการ
ดำเนินของโรคไม่เหมือนกัน เช่น มะเร็งปอด มะเร็งสมอง จะมีการดำเนินชนิดของ โรค
ที่รุนแรง ผู้ป่วยจะมีชีวิตการอยู่รอดสั้นกว่าผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น
ดังนั้น
การรักษามะเร็งแต่ละชนิดจะไม่เหมือนกัน มีวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เป็นมะเร็ง
ระยะของมะเร็ง สภาพร่างกาย และความเหมาะสม ของผู้ป่วยมะเร็ง
การรักษาจะยากหรือง่ายนั้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็งและ
การดำเนินโรคของมะเร็งด้วย เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งผิวหนัง รักษาง่ายกว่า
มะเร็งปอด มะเร็งสมอง เป็นต้น
1. ไม่มีอาการใดเลยในช่วงแรกขณะที่ร่างกายมีเซลล์มะเร็งเป็นจำนวนน้อย
2. มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งตามสัญญาณอันตราย 8 ประการ ที่เป็นสัญญาณเตือน ว่าควรไปพบแพทย์ เพื่อการตรวจค้นหาโรคมะเร็ง หรือสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้มีสัญญาณ เหล่านี้ เพื่อการรักษาและแก้ไขทางการแพทย์ที่ถูกต้องก่อนที่จะกลายเป็นโรคมะเร็ง หรือเป็นมะเร็งระยะลุกลาม
3. มีอาการป่วยของโรคทั่วไป เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ร่างกายทรุดโทรม ไม่สดชื่น และไม่แจ่มใส
4. มีอาการที่บ่งบอกว่า มะเร็งอยู่ในระยะลุกลาม หรือเป็นมาก ขึ้นอยู่กับว่าเป็นมะเร็ง ชนิดใดและมีการกระจายของโรคอยู่ที่ส่วนใดของร่างกายที่สำคัญที่สุดของอาการ ในกลุ่ม นี้ ได้แก่ อาการเจ็บปวด ที่แสนทุกข์ทรมาน
2. มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งตามสัญญาณอันตราย 8 ประการ ที่เป็นสัญญาณเตือน ว่าควรไปพบแพทย์ เพื่อการตรวจค้นหาโรคมะเร็ง หรือสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้มีสัญญาณ เหล่านี้ เพื่อการรักษาและแก้ไขทางการแพทย์ที่ถูกต้องก่อนที่จะกลายเป็นโรคมะเร็ง หรือเป็นมะเร็งระยะลุกลาม
3. มีอาการป่วยของโรคทั่วไป เช่น อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ร่างกายทรุดโทรม ไม่สดชื่น และไม่แจ่มใส
4. มีอาการที่บ่งบอกว่า มะเร็งอยู่ในระยะลุกลาม หรือเป็นมาก ขึ้นอยู่กับว่าเป็นมะเร็ง ชนิดใดและมีการกระจายของโรคอยู่ที่ส่วนใดของร่างกายที่สำคัญที่สุดของอาการ ในกลุ่ม นี้ ได้แก่ อาการเจ็บปวด ที่แสนทุกข์ทรมาน
การแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง มีได้ 4 วิธี คือ
1.
|
โดยทางกระแสเลือด (หลุดเข้ากระแสเลือด
แล้วไปเจริญเติบโตในอวัยวะต่างๆ เช่น ปอด ตับ กระดูก สมอง เป็นต้น)
|
|
2.
|
กระแสน้ำเหลือง (หลุดเข้าหลอดน้ำเหลือง
แล้วไปเจริญเติบโตในต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง หรืออยู่ห่างไกลออกไป
และสามารถแพร่กระจายเข้าสู่หลอดเลือดอีกทีหนึ่ง)
|
|
3.
|
การฝังตัวของเซลล์มะเร็ง (หลุดแล้ว
ตกไปงอกตรงส่วนที่มีเซลล์มะเร็งตกอยู่)
|
|
4.
|
การแพร่กระจายแทรกตัวไปตามพื้นผิวภายในอวัยวะที่เป็นมะเร็งและอวัยวะหรือเนื้อเยื่อที่อยู่ข้างเคียง
|
สัญญาณอันตราย 8 ประการ
เช่น ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ หรือปัสสาวะเป็นเลือด
2. กลืนอาหารลำบาก
หรือมีอาการเสียด แน่นท้องเป็นเวลานาน
3. มีอาการเสียงแหบ
และไอเรื้อรัง
4. มีเลือดหรือตกขาวที่ผิดปกติ เช่น มีกลิ่นเหม็น
5. แผลซึ่งรักษาแล้วไม่ยอมหาย
6. มีการเปลี่ยนแปลงของหูดหรือไฝตามร่างกาย
7. มีก้อนที่เต้านมหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
8. หูอื้อหรือมีเลือดกำเดาไหล
4. มีเลือดหรือตกขาวที่ผิดปกติ เช่น มีกลิ่นเหม็น
5. แผลซึ่งรักษาแล้วไม่ยอมหาย
6. มีการเปลี่ยนแปลงของหูดหรือไฝตามร่างกาย
7. มีก้อนที่เต้านมหรือส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
8. หูอื้อหรือมีเลือดกำเดาไหล
มะเร็ง มี 4 ระยะครับ
ระยะที่1 มะเร็งอยู่เฉพาะที่อวัยวะนั้น ขนาดอาจจะไม่โตนัก และมะเร็งจะไม่แพร่ไปไหน
ระยะที่2 มะเร็งอาจจะมีขนาดโตขึ้น อาจจะลุกลามใกล้อวัยวะนั้น
ระยะที่3 มะเร็งโตขึ้นและอาจจะลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง
ระยะที่4 มะเร็งลุกลามไปตามกระแสเลือดไปยังอวัยวะอื่นๆ
ระยะที่1 มะเร็งอยู่เฉพาะที่อวัยวะนั้น ขนาดอาจจะไม่โตนัก และมะเร็งจะไม่แพร่ไปไหน
ระยะที่2 มะเร็งอาจจะมีขนาดโตขึ้น อาจจะลุกลามใกล้อวัยวะนั้น
ระยะที่3 มะเร็งโตขึ้นและอาจจะลุกลามไปยังอวัยวะใกล้เคียง
ระยะที่4 มะเร็งลุกลามไปตามกระแสเลือดไปยังอวัยวะอื่นๆ
กระบวนการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง
เกิดจากปัจจัยหลากหลายทั้งจากภายนอกและ
ภายในแม้ปัจจุบันวงการแพทย์จะยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าสาเหตุใด คือ
ปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็ง แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันว่าสาเหตุดังต่อไปนี้ คือ
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดเนื้องอกและเซลล์ร้ายในร่างกาย
1.พฤติกรรมการกิน
การกิน
เมื่อใดที่เรากินอาหารดีมีประโยชน์
เซลล์ทั่วร่างกายก็จะเติบโตแข็งแรง แต่เมื่อใดที่เรากินอาหารที่อุดมไปด้วยแป้งขาว
ไขมัน และสารพิษ เมื่อร่างกายก็จะอ่อนแอ และถูกโรคภัยชนิดคุกคามได้ง่าย
พฤติกรรมการกินแบบชาวตะวันตกนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้ร่างกายทำ
งานผิดปกติ เพราะอาหารที่ผ่านกระบวนการหลายขั้นตอน เต็มไปด้วยแป้งและเนื้อสัตว์
ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เซลล์ปกติกลายเป็นเซลล์ร้าย
อาหารฟาสต์ฟู้ดยังเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
ระบบเผาผลาญน้ำตาล ก่อให้เกิดอาการอักเสบในเซลล์และอวัยวะต่างๆ
นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนที่ส่งเสริมให้เกิดเซลล์มะเร็งด้วยต่างจากอาหารที่ไปบำรุงร่างกาย
ก็จะถูกย่อยและทำให้เป็นสารอาหาร”
ดังนั้น ถ้าเรากินอาหารที่ไม่มีประโยชน์
เช่น แป้งขัดขาว เนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยกรดแอมิโนที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย
และไขมันเลวชนิดที่ร่างกายไม่ต้องการ เมื่อเข้าสู่ระบบย่อยก็จะกลายเป็นสารพิษ
และจะถูกดูดซึมเข้าร่างกาย
ร่างกายของเราจึงเต็มไปด้วยสารพิษซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ Immune System ตก
ที่สำคัญยังก่อให้เกิดโรคอ้วนด้วย
ซึ่งโรคอ้วนก็ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นโรคไขมันในเส้นเลือดสูง และความดันโลหิตสูง
ทั้งยังมีผลต่อการเกิดโรคมะเร็งมากถึง 35 เปอร์เซ็นต์ ผู้ชายดื่มแอลกฮอล์มากกว่า 2
แก้วต่อวันเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย มากกว่าผู้ที่ไม่ดื่มสามเท่า
ผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์วันละครึ่งแก้วทุกวัน
จะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมมากว่าผู้หญิงทั่วไป 6 เปอร์เซ็นต์
ส่วนผู้หญิงที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกฮอล์มากกว่าวันละ 2 แก้วทุกวัน
จะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมมากว่าผู้หญิงทั่วไป 21 เปอร์เซ็นต์ อาหารการกินจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญก่อมะเร็ง
2 ภูมิชีวิต (Immune
System) บกพร่อง
“มะเร็งไม่ใช่โรค” คือ คำกล่าวที่อาจารย์สาทิส อินทรกำแหง กูรูชีวจิตกล่าวถึงโรคมะเร็งในหนังสือมะเร็งแห่งชีวิต เพราะความเจ็บป่วยที่ถือว่าเป็นโรค ซึ่งอาจารย์สาทิสยึดตามคำจำกัดความด้านการแพทย์นั้นต้องเกิดจากเชื้อโรคเป็น ต้นเหตุ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว และพยาธิเท่านั้น ส่วนมะเร็งนั้นถือว่าเป็นเนื้องอกหรือกลุ่มเซลล์ที่ผิดปกติและไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เซลล์ปกติกลายเป็นเซลล์ร้ายนั้น คือ กระบวนการกลายพันธุ์ และปัจจัยที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ก็คือ ความบกพร่องของภูมิชีวิตนั่นเอง
อาจารย์สาทิสกล่าวว่า “Immune System เป็นตัวคุ้มครองป้องกันชีวิตของคุณ เหมือนอย่างตำรวจ ทหารที่เป็นผู้คุ้มกันสร้างความสงบสุขให้กับประเทศ...นอกไปจากนั้น Immune System ยังเป็นผู้ทำนุบำรุงเลี้ยงร่างกายให้ใหญ่โต แข็งแรง เป็นตัวสร้างพลังทั้งปกติและพิเศษในตัวคนเราอีกด้วย
“Immune System ตามแนวทางชีวจิต นอกจากจะหมายถึง Immune System โดยตรงแล้วยังครอบคลุมไปถึงระบบอื่นๆของร่างกายด้วย เช่น ระบบย่อย ระบบเลือด”
ความบกพร่องของ Immune System จึงทำให้อวัยวะในร่างกายและเซลล์ต่างๆทำงานผิดปกติ ซึ่งปัจจัยที่ทำลาย Immune System ก็คือ การที่ร่างกายมีสารพิษหรือ Toxin มากเกินไป ซึ่งอาจารย์สาทิสกล่าวว่า ความผิดทั้งทางกายและทางใจล้วนเป็นตัวสร้าง Toxin ไม่ว่าจะเป็นการกิน นอน พักผ่อน ทำงานที่ผิด และขาดการออกกำลังกายรวมถึงความเครียด
เมื่อร่างกายสะสม Toxin ไว้มากโดยไม่ได้ขับออกโดยระบบขับถ่ายหรือการออกกำลังกาย สารพิษต่างๆจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้ Immune System และการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายบกพร่อง
การดูแลรักษาภูมิชีวิตให้แข็งแรงจึงเป็นดั่งปราการปกป้องมะเร็งได้ครับ
3. สภาพสิ่งแวดล้อม
สภาพแวดล้อมที่ดีนั้นส่งเสริมให้เรามีสุขภาพดีตามมาด้วย
ส่วนใหญ่เรามักได้รับสารก่อมะเร็งจากอาหาร
อากาศ น้ำดื่มควันบุหรี่ซึ่งถือว่าเป็นสารพิษที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด และอุปกรณ์อื่นๆในชีวิตประจำวัน
เช่น โทรศัพท์มือถือ ไมโครเวฟ และการเอกซเรย์ สารพิษสารเคมีจำพวกยาฆ่าแมลง
ฮอร์โมนที่อยู่ในเนื้อสัตว์ สารเคมีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เครื่องสำอาง
เฟอร์นิเจอร์ ยาฆ่าแมลง
หากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษสุขภาพของเราก็จะทรุดโทรม
และถูกโรคนานาชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็งที่สิ่งแวดล้อมมีผลกระทบมากถึง 25 เปอร์เซ็นต์ แม้ว่าร่างกายจะมีกลไกขับสารพิษโดยอัตโนมัติ
ได้รับสารพิษเป็นจำนวนมากและต่อเนื่องเป็นเวลานาน
เซลล์ปกติก็จะค่อยๆกลายเป็นเซลล์มะเร็ง เพราะสารเคมีบางชนิดที่เราได้รับในชีวิตประจำวันนั้น
สามารถทำร้ายเซลล์ได้ลึกถึงดีเอ็นเอเลยทีเดียว
ผู้ที่ไม่สูบบุหรี่และเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดนั้น
มีผู้ที่สูดควันบุหรี่ได้รับสารพิษที่ตกค้างจากควันบุหรี่ เข้าไปนั้นเอง
ในสิ่งแวดล้อม เช่น เส้นผม เสื้อผ้า ผนัง และเฟอร์นิเจอร์
ก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับสารเคมีและสารก่อมะเร็ง โดยเฉพาะสารตะกั่ว
นอกจากนี้ สารตะกั่วแล้วสารเคมีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านยังส่งผลเสียต่อร่างกายผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนนั้นมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรค มะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก
อาหารตัดต่อพันธุกรรมยังเป็นตัวการก่อโรคมะเร็งได้ด้วย อาหารดังกล่าวจะเข้าไปทำลายดีเอ็นเอในเซลล์ให้เสียหาย ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยและโรคมะเร็ง
สิ่งแวดล้อมจึงถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กำหนดสุขภาพของเราทุกคน
นอกจากนี้ สารตะกั่วแล้วสารเคมีในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในบ้านยังส่งผลเสียต่อร่างกายผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนนั้นมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรค มะเร็งเม็ดเลือดขาวในเด็ก
อาหารตัดต่อพันธุกรรมยังเป็นตัวการก่อโรคมะเร็งได้ด้วย อาหารดังกล่าวจะเข้าไปทำลายดีเอ็นเอในเซลล์ให้เสียหาย ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการเจ็บป่วยและโรคมะเร็ง
สิ่งแวดล้อมจึงถือเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่กำหนดสุขภาพของเราทุกคน
การใส่ใจสุขภาพด้วยการหันมาออกกำลังกาย ลดความเครียด
และกินอาหารที่มีประโยชน์ จึงเป็นเกราะป้องกันมะเร็งและโรคร้ายอื่นๆได้
เพราะสาเหตุใกล้ตัว คือ ต้นตอใหญ่ของมะเร็งร้ายทุกชนิดเรา
ผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอจะมีระบบเผาผลาญ
ระบบภูมิคุ้มกัน
และระบบกำจัดของเสียออกจากร่างกายที่มีประสิทธิภาพมากกว่าผู้ที่ไม่ออกกำลัง กาย
ขณะที่การดำเนินชีวิตแบบไม่ใส่ใจสุขภาพ
ส่งผลให้คนเรามีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์
เช่น ขาดการออกกำลังกาย สูบบุหรี่ และดื่มแอลกฮอล์
ล้วนเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ร่างกายอ่อนแอ และเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
ผู้ที่ไม่ออกกำลังกายจะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งสูงกว่าผู้ที่ออกกำลัง
กายเป็นประจำ เพราะมีไขมันสูงและการมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน
ความเครียดทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกาย และระบบต่างๆในร่างกายจะแปรปรวน
ความเครียดทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกาย และระบบต่างๆในร่างกายจะแปรปรวน
5. พันธุกรรม
ครอบครัวเป็นโรคมะเร็งนั้น
ถือว่ามีความเสี่ยงต่อโรคนี้เช่นกัน
เพราะอาจมีพฤติกรรมก่อมะเร็งที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น เช่น การสูบบุหรี่
ความเครียด และวิถีชีวิตเมื่อเปรียบเทียบปัจจัยทางด้านพันธุกรรมแล้ว
นักวิจัยและแพทย์ต่างเห็นว่าพันธุกรรมนั้นมีผลกระทบน้อยที่สุด
และเป็นปัจจัยที่ทุกคนสามารถยับยั้งได้ตั้งแต่เนิ่นๆ นอกจากลักษณะทางกายภาพภายนอก
เช่น สีผิว ตา และผม ที่เราได้รับมาจากบรรพบุรุษแล้ว บางคนยังอาจได้รับยีนส์ (Genes) หรือสารพันธุกรรมที่ซุกซ่อนการกลายพันธุ์ของเซลล์ในร่างกายมา
เช่น ยีนส์ BCRA1 และ BCRA2 ซึ่งเป็นยีนส์ที่เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมและรังไข่มากถึง 40-80 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้โรคมะเร็งเต้านม
รังไข่ ต่อมลูกหมาก และลำไส้ใหญ่ จะถูกส่งต่อจากญาติที่ใกล้ชิดที่สุดคือ ปู่ ย่า
ตา ยาย พ่อ แม่ และพี่น้อง
แต่การมีพันธุกรรมมะเร็งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นจะต้องป่วยเป็นโรค
มะเร็งเสมอไป เพราะผลการศึกษาโรคมะเร็งในฝาแฝดที่มียีนส์มะเร็งทั้งคู่
พบว่าโดยทั่วไปแล้วจะมีฝาแฝดเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่เป็นโรคมะเร็ง
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือสาเหตุหลักๆที่ก่อให้เกิดมะเร็ง









ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น